อย่าพลาดอย่างผม...(นักเรียนมาอ่านจะดีมาก) (8/10/2008)
posted on 08 Oct 2008 04:12 by johnyco
โรคซึมเศร้ากำเริบอีกแล้ว....นอนไม่หลับเลย
ตี 4 เข้าไปแล้ว....ข่มตานอนยังไงก็นอนไม่หลับ....เลยลุกขึ้นมาเปิดคอม
ระบายความเครียดนิดหน่อย....รวดแบ่งปันประสบการณ์ให้น้องๆที่ยังเป็นนักเรียน
นักศึกษาได้อ่านบ้างก็ยังดี
ผมยอมรับ ผมเลือกทางเดินชีวิตมาผิดพลาด....และไม่รู้จะกลับไปแก้ไขยังไง....
เส้นทางที่ผมเดินอยู่นี้ รู้สึกเหมือนเครื่องจักรที่ทำงานไปวันๆ....เชื่อว่าหลายๆคนใน
สังคมก็คงเป็นอย่างผม....ไม่มีความฝันอะไร แค่อยู่ไปวันๆ พยายามหาความสุขรอบตัว
หลอกตัวเอง....เพื่อให้มีกำลังใจจะดำเนินชีวิตต่อไป...
ถ้าจะท้าวความว่าทำไมถึงเป็นอย่างนี้ ก็ต้องย้อนกลับไปสมัยเรียน....
ตอนนั้นผมยังอยู่ ม.4....ผมฝันอยากเป็นนักบิน และอยากจะสอบเข้าโรงเรียน
นายร้อย แต่แม่ผมไม่ยอม....
(ผมไม่โทษแม่หรอกครับ ผมผิดเอง ที่ไม่มั่นคงต่อความฝันของตนเอง)
...แม่กลัวว่าผมจะไปตายในโรงเรียนนายร้อยมากกว่า...
และเนื่องจากแม่ผมหย่าร้างกับพ่อตั้งแต่ตอนผมเด็กๆ....
ผมจึงมีแม่คนเดียวที่มีอิทธิพลต่อชีวิต....
แม่ยกอะไรมาพูด ก็จะไม่มีใครค้านอะไร....ตัวแม่เองก็ไม่มีคู่ชีวิตให้ปรึกษาอะไร
เวลาแม่คิดอะไร คำสั่งก็เลยออกมาแบบเผด็จการ เพราะไม่มีใครทัดท้านนั่นเอง...
โรงเรียนนายร้อยแป้วไปเป็นรายการแรก.....
ตอนนั้นก็เลยยังไม่รู้จะไปไหน.....รู้แค่ว่ายังคงต้องอยู่ในระบบการศึกษาแน่นอน
ต้องเลือกที่ชอบมาซักคณะแทนละกัน...
คณะแรกๆที่ผมอยากเรียน ล้วนอยู่ในสายศิลป์หมด.....
ซึ่งแม่ผมไม่ปลื้ม เพราะผมเรียนสายวิทย์มา....(ออ ลืมบอกไป แม่ของผมเป็นอาจารย์)
แรกสุดนี่รู้สึกจะเป็นคณะจิตวิทยา... อยากจบมาเป็นนักจิตวิทยา
แม่ผมค้านหัวชนฝาเลยทีเดียว....บอกเพื่อนๆของแม่ที่จบคณะนี้ บ้าๆบอๆกันไปหมด
อะ โอเค ไม่ได้ ไม่เป็นไร ไปค้นหามาใหม่.... ต่อมาเป็นศึกษาศาสตร์ อยากเป็นครู..
แม่ก็ไม่ยอม....
ต่อมา ไม่ว่าจะเป็นคณะนิติเอย นิเทศเอย หรืออะไรที่เป็นสายศิลป์...แป้วหมด
จำได้ว่า ตอนนั้นที่อยากเรียนมากๆคือสถาปัตย์.....อยากเป็นสถาปนิก...
แอบไปขโมยวิชาจากเพื่อนๆที่ไปเรียนพิเศษพื้นฐานสถาปัตย์มา....
ตอนพัก เพื่อนๆเขาก็จะจับกลุ่มฝึกวาดรูปกัน ผมก็จะไปนั่งฝึกวาดกับเขาด้วย....
พอผมไปคุยกับแม่ว่าจะเอาคณะนี้....อยากเรียนคณะนี้.... แม่ผมก็ไม่ยอมตามคาด
เผอิญตอนนั้นมีข่าวโรงแรมถล่มที่ภาคใต้....สถาปนิกกับวิศวกรที่สร้างโรงแรมนี้
โดนจับเข้าคุกกันไปหมด.... แม่เลยถามว่า ผมอยากจะเข้าคุกเหรอ?
เออนะ...ผมก็ยอมๆเพราะตอนนั้นยังเป็นเด็กหัวอ่อน ยอมแม่ง่ายเหลือเกิน
สุดท้ายมา ไม่รู้จะเรียนอะไรแล้ว เพราะอะไรๆก็ไม่ผ่านมติสภา...
เลยประชดด้วยการเลือกคณะทันตแพทย์(ไม่ได้ดูเกรดตัวเองเล้ย!!!)
สมัยนั้นก็มีสอบโควต้า กับเอ็นทรานต์... ไม่ใช่ โอเนต เอเนต อะไรก็ไม่รู้อย่างในปัจจุบัน
ผมก็ไปสอบ สอบไปงั้นๆ....ไม่มีกะใจจะอ่านหนังสืออะไร เพราะไม่ได้ไปในทางที่ชอบ...
สุดท้ายก็แป้วโควต้าหมด...
พอเอ็นทรานต์ตอนเดือนมีนา..... ก็เลยเลือกคณะที่คะแนนน้อยๆไว้ก่อน
ขอให้ติดซักคณะ มีที่เรียนไว้ก่อนก็ยังดี.... คิดว่างั้น
(ตอนนั้นคิดอย่างนั้นจริงๆนะ....แต่มันเป็นความคิดที่ผิดมหันต์!!!)
ก็สอบติดครับ เทคนิคง่ายๆ ไม่มีอะไร......คติตอนนั้นคือ ข้อไหนคิดไม่ออก
กูกา ค.ควาย ไว้ก่อน.....มันก็ได้คะแนนพอดูเลยล่ะ หุหุ (วิชามาร
)
4 ปี ผ่านไป ไวเหมือนโกหก....
เรียนๆหลบๆก็จบออกมา แต่ก็ไม่เคยเลือกงานสายที่เรียนมาเลยซักครั้ง....
เพราะไม่ใช่แนว.....
ตกงานเป็นปีเลยครับ ขอบอก!!!
จริงๆจะพูดว่าตกงานก็ไม่เต็มปากเท่าไหร่.... แต่งานที่ทำมันไม่มั่นคงอะไร
รับเป็นจ็อบๆไป....
รับงานวิจัยของพวก ป.โท มาทำบ้าง....
บางช่วงก็เล่นดนตรีกลางคืนตามร้านเหล้าบ้าง...
...เป็นตัวประกอบในหนังก็เคยเป็น...
แต่ก็มีอยู่ช่วงหนึ่ง ที่ตกงานจริงๆ ไม่มีอะไรทำเลยอยู่หลายเดือน...
พยายามสมัครงานนับสามสิบ สี่สิบที่ แต่ก็ไม่มีใครรับ...
ไม่เลือกงานเลยนะ...บางที่ผมก็ใช้วุฒิ ม.ปลาย สมัคร...
แต่เขาก็จับผิดได้ ว่าเราจบปริญญา...เขาไม่อยากได้คนจบปริญญา....
ช่วงนั้นเศรษฐกิจขาลง....
ไม่มีใครเขารับทำงานง่ายๆ มีแต่คนโดนบริษัทไล่ออก...
ในที่สุด เงินที่สะสมมาก็ร่อยหรอลงไปเรื่อยๆ...
สุดท้าย เหลือเงินอยู่ 200 บาท กับในธนาคารไม่ถึงร้อย...
บริษัทสุดท้าย ที่ไปสมัคร ก็โดนหลอกไปสมัคร....
วันแรกไปสมัคร...อีกวันไปสัมภาษณ์....อีกวันลองงาน.... เสียเวลาไปสามวัน
มารู้เอาวันที่สามว่าโดนหลอก...
สมัครตำแหน่ง Media แต่พอไปจริงๆเป็น Sale ลากกระเป๋าตามบ้าน...
(ผมไม่ได้รังเกียจอาชีพนี้นะครับ แต่ผมไม่ชอบบริษัทนี้ ที่เขาปิดบังความจริง
แล้วหลอกให้คนไปสมัคร)
จาก 200 บาท ไปสมัครไอ่บริษัทบ้านี่ เปิดกระเป๋าตังค์มา เหลือเงินอยู่ 40 บาท...
หมดค่าเดินทาง ค่านู่ค่านี่ ไป 160 บาท แถมเสียเวลาไปสามวัน....
เงินในธนาคารก็กดออกมาไม่ได้ เพราะมีไม่ถึงร้อย...
คำนวณแล้ว มีชีวิตอยู่ได้ไม่เกิน 3 วัน....อดตายแน่ๆ
ตั้งแต่เรียนจบมาไม่เคยขอเงินแม่ซักบาท....
...ตอนนั้นจำต้องขอแล้ว...
ผมจำได้ถึงความขมขื่นที่ต้องโทรไปขอเงินแม่....
"แม่ ตกงาน....เหลืออยู่ 40 บาท....ขอเงินหน่อยนะแม่ "
แม่ก็เข้าใจ บอกจะโอนเงินมาให้เย็นวันนั้น....
...พอผมวางโทรศัพท์ น้ำตามันก็ไหลออกมาเอง...มันร้องไห้ออกมาเอง...
...ร้องไห้ให้กับความพ่ายแพ้ของตนเอง...
...ร้องไห้ให้กับความเจ็บใจที่โดนเขาหลอก...
...ร้องไห้ให้กับความเขลา ความโง่ ที่คิดว่าตนเองเลือกทางเดินที่ดี...
...มันใช่ที่ไหนกัน?.....พาตัวเองมาตายชัดๆ...
ตอนนั้นเกือบจะฆ่าตัวตายไปแล้ว...ยังดีว่ามีเพื่อนอยู่ด้วยตลอด....คอยปลอบ
คอยให้กำลังใจ.... บวกกับพยายามให้กำลังใจตนเอง....ยืมหนังสือธรรมะเขามาอ่าน...
ก็เลยรอดมาได้จนถึงทุกวันนี้...
แต่ถามว่าทุกวันนี้โอเคไหม?
ก็โอเค แต่ไม่ได้แฮปปี้อะไร.... อยู่ไปวันๆ ไม่ได้ต้องการอะไรเป็นพิเศษ
ไม่มีความฝันอะไร...
"คนที่ไม่มีความฝัน ก็ไม่ต่างอะไรจากคนที่ตายไปแล้ว"
ผมเห็นด้วยเลยกับประโยคนี้...ทุกวันก็ใช้ชีวิตเหมือนเครื่องจักร...
ลองถามตัวเองว่า ถ้าอยู่ดีๆ วันหนึ่งเดินๆไปแล้วรถชนตาย....
จะเสียใจที่ไม่ได้ทำอะไรไหม?....
ก่อนตายยังอยากจะทำอะไรรึเปล่า?...ค้างคาอะไรไหม?
ผมตอบตัวเองไม่ได้เลย...
........
พลาดตรงไหน....ก็พลาดตอนเลือกทางเดินชีวิตตอน ม.ปลาย นั่นแหล่ะ
พลาดที่ไม่มั่นคงต่อความฝันของตนเอง... ปล่อยให้คนอื่่นมาตัดสินชีวิตเราแทนเรา
เลือกทางเดินให้เรา...ทั้งๆที่เราไม่ได้ต้องการจริงๆ...
....ผมไม่เคยโทษแม่ ผมเข้าใจในความหวังดีของแม่....
แต่ผมพลาดเอง ที่ไม่มั่นคงต่อทางเลือกของตนเอง...
(จงอย่าโทษคนอื่น....จงโทษในความอ่อนแอของตนเอง)
คนที่พลาดๆมาก็จะเป็นเหมือนๆผม....
ส่วนคนที่ไม่พลาด ก็จะพุ่งทะยานไปตามความฝันของตน...
เพื่อนผม สมัยอยู่ ม. ปลาย ที่เขาทะเลาะกันบ้านแทบแตกตอนเลือกคณะ....
ตอนนี้เขามีความสุขในงานที่ทำ...ได้มีโอกาสไปทำงานถึงเมืองนอกเมืองนา....
...ผมพลาดมาแล้ว ทำไงได้...
ทุกวันนี้ก็พยายามหาอะไรซักอย่าง หาฝันที่ตัวเองไม่มี...
ซึ่งหวังว่า ซักวันผมคงจะหาเจอ...เพื่อจะได้หลุดสภาพเครื่องจักรนี้ซักที..
สรุป....
ใครโชคดี (หรือโชคร้ายหว่า
) ที่ได้เข้ามาอ่าน Entry นี้...
ถ้ายังเป็นน้องๆนักเรียนนักศึกษา.....น้องยังมีโอกาสเลือกนะครับ....
(ส่วนใครเผลอเขามาอ่าน แต่ไม่ได้มีประโยชน์อันใดต่อชีวิตท่าน ก็ขออภัย...)
น้องๆที่เข้ามหาวิทยาลัยไปแล้ว ถ้ารู้ว่าตัวเองเลือกทางพลาด....
ทางที่ตัวเองไม่ได้ชอบ ก็ยังแก้ตัวทันอยู่นะครับ...
...บางคนอาจต้องทะเลาะกับผู้ปกครองบ้าง แต่ผมเชื่อว่า มันคุ้มค่ากับสิ่งที่ได้มา...
พ่อแม่ไม่ได้อยู่กับเราไปตลอด....
ทางที่เราเลือกต่างหาก จะอยู่กับเรา และจะส่งผลถึงเราไปจนวันตาย....
ขอให้น้องๆทุกคนโชคดี...เลือกให้ดี คิดให้ดี...
เลือกทางที่ชอบ แล้วอย่ามานั่งเสียใจภายหลัง...
....อย่าพลาดอย่า่งผมเลยครับ....
คนที่ไม่มีความฝัน ก็ไม่ต่างอะไรจากคนที่ตายไปแล้ว"
พี่ก็เข้มแข็งไว้นะ ตัวพี่ยังมีคุณค่าอยู่เน้อ
#1 By Dan@_$ on 2008-10-08 07:28